สรรค์งามดั่งหมาย ปลอดภัยมาตรฐาน เชี่ยวชาญชำนาญ ตรงกาลตรงใจ

รีวิวเสริมสะโพก

ผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น เสริมตูด

เสริมสร้างบั้นท้าย ให้สมส่วน หุ่นสวยเป๊ะ ด้วยการศัลยกรรมเสริมสะโพก เสริมก้น

สาวๆ หลายคน มักมีปัญหาเกี่ยวกับสะโพก บางคนก็สะโพกแบน ไม่มีก้น หรือก้นไม่สวย ก้นหย่อนคล้อย ทำให้มีปัญหาเวลาแต่งตัว ไม่มั่นใจ ใส่เสื้อผ้าแล้วไม่สวย ดังนั้นการเสริมก้น เสริมสะโพก จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้สะโพกสมส่วน  ยังช่วยกระชับสัดส่วนอีกด้วย คืนความมั่นใจให้คุณเวลาแต่งตัว เสริมสร้างบุคลิกภาพได้ดีที่สุด

วิธีการเสริมก้น เสริมสะโพก มีแบบไหนบ้าง ?

  1. เสริมก้นด้วยซิลิโคน โดยใช้ซิลิโคนชนิดเดี่ยวกันกับที่ใช้ในการเสริมหน้าอก เป็นซิลิโคนที่ได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์ว่ามีความปลอดภัย แต่ลักษณะรูปทรงของซิลิโคนจะไม่เหมือนกับที่ใช้เสริมหน้าอก การเสริมห้นด้วยซิลิโคนได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะอยู่ได้ถาวร และมีคงามปลอดภัยสูง
  2. เสริมก้นด้วยการฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็ม Filler ซึ่งอาจจะต้องฟิลเลอร์ในปริมาณที่ค่อนข้างมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มตามไปด้วย และการเสริมก้นด้วยฟิลเลอร์จะอยู่ได้เพียงชั่วคราว ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ฟิลเลอร์ก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติ
  3. เสริมก้นด้วยไขมัน เป็นการฉีดไขมันของตัวเอง โดยนำไขมันในร่างกายจากส่วนอื่นมาฉีดเข้าไปบริเวณสะโพกหรือก้น ข้อดีคือมีความปลอดภัย เพราะเป็นไขมันของคนไข้เอง แต่ข้อเสียคือเมื่อเวลาผ่านไป ไขมันที่ฉีดเข้าไปก็สามารถสลายตัวได้ตามกระบวนการของร่างกาย

ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมสะโพก

ซิลิโคนที่ใช้เป็นซิลิโคนเจลเท่านั้น เพราะซิลิโคนเจลจะยืดหยุ่นมากกว่า คือสามารถรองรับการเคลื่อนไหว แรงกด น้ำหนัก ได้ดี ซึ่งเจลที่บรรจุในถุงซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมก้นนี้จะมีความหนาแน่นมาก ลักษณะของซิลิโคนจะมีลักษณะแบนๆ และกว้างกว่าแบบที่ใช้ในการเสริมหน้าอก มี 2 แบบ คือ ซิลิโคนทรงกลม และซิลิโคนทรงหยดน้ำ

ซิลิโคนทรงกลม เป็นถุงเจลทรงกลม คล้ายซิลิโคนที่ใช้เสริมอกแต่จะแบนกว่า ซิลิโคนทรงกลมเวลาผ่าตัดจะใส่ง่ายกว่าซิลิโคนทรงหยดน้ำ เพราะวางตำแหน่งง่ายกว่า ไม่เหมาะกับการเสริมเฉพาะจุด

ซิลิโคนทรงหยดน้ำ ซิลิโคนทรงหยดน้ำ เหมาะกับการเสริมเฉพาะบริเวณ หรือเฉพาะจุด คือสามารถเสริมได้ตามตำแหน่งที่ต้องการ เช่น ต้องการเสริมเฉพาะด้านนอก ก็สามารถทำได้ แต่การผ่าตัดจะทำได้ยากกว่าซิลิโคนทรงกลม จึงควรได้รับการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ

ตำแหน่งการวางซิลิโคน

  • ใส่ซิลิโคนใต้ผิวหนัง โดยจะวางซิลิโคนใต้ผิวหนัง แต่อยู่บนชั้นกล้ามเนื้อ ข้อดีก็วิธีการนี้คือ ไม่อันตราย เพราะไม่มีเส้นประสาทใหญ่ๆ สะโพกจะนูนสวยงาม แต่ข้อเสียคือมีโอกาสที่ซิลิโคนจะสามารถทะลุได้
  • ใส่ซิลิโคนระหว่างกล้ามเนื้อ ข้อเสียของวิธีนี้คือ หลังผ่าตัดเสริมสะโพกจะมีอาการปวดมากกว่าแบบแรก แต่ข้อดีคือโอกาสซิลิโคนทะลุน้อยกว่า เพราะซิลิโคนอยู่ลึกจากผิวหนังมากกว่า การผ่าตัดทำได้ยากกว่าเพราะเส้นประสาทเยอะ จะต้องผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ ในปัจจุบันวิธีเสริมสะโพกนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด

เตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น

  • ห้ามรับประทานยาแก้ปวดแอสไพริน
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
  • งดยาและอาหารเสริมทุกประเภท
  • ในวันเข้ารับการผ่าตัด คนไข้ต้องงดน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • หากแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัว แจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมสะโพก

เมื่อแพทย์ให้คำปรึกษาแก่คนไข้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพทย์ก็จะทำการเลือกซิลิโคน กำหนดตำแหน่งที่จะทำการผ่าตัดเพื่อใส่ซิลโคน ก่อนผ่าตัดแพทย์จะให้วิสัญญีแพทย์ให้ยาสลบแก่คนไข้ แล้วจึงเริ่มทำการผ่าตัด

แพทย์จะเปิดแผลบริเวณสะโพกด้านหลัง (ร่องก้น) ความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละเคส เพื่อใส่ถุงซิลิโคน ซึ่งซิลิโคนที่ใช้ก็จะเป็นไปตามที่ตกลงกับคนไข้ว่าต้องใช้ซิลโคนทรงกลมหรือซิลิโคนทรงหยดน้ำ เมื่อแพทย์ใส่ถุงซิลิโคนและจัดตำแหน่งของซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วก็จะทำการเย็บปิดแผลผ่าตัด

สำหรับคนไข้บางรายมีสะโพกที่หย่อนคล้อย หากต้องการยกกระชับ แพทย์จะทำการตัดแต่งผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้กระชับก่อนที่จะเย็บปิดแผล หลังการผ่าตัดแพทย์จะใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อสะดวกต่อการปัสสาวะ เพราะหลังผ่าตัดคนไข้ไม่ควรลุกหรือขยับร่างกายมากจนเกินไป การผ่าตัดเสริมสะโพกใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

หลังการผ่าตัดเสริมก้น เสริมสะโพก ผลลัพธ์ที่ได้ สะโพกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม สวยงามแบบธรรมชาติ

การดูแลหลังการผ่าตัดเสริมสะโพก

  • หลังผ่าตัด คนไข้ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 1-2 คืน
  • ในช่วง 3 แรกหลังการผ่าตัด ต้องระมัดระวังการขยับตัว หลังจากวันที่ 3 ก็สามารถลุกเดิน หรือขยับตัวอย่างช้าๆ
  • 1 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ควรนอนคว่ำ เพื่อไม่ให้ทับแผลผ่าตัดและถุงซิลิโคนที่เสริมเข้าไป
  • สัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัด เริ่มนั่งบนเบาะรองนิ่มๆ ได้
  • อาจมีอาการบวม บริเวณสะโพกหรือก้นนาน 1 ถึง 3 เดือน และอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
  • สะโพกจะเริ่มเข้ารูปทรง และหายเป็นปกติในเวลา 6 ถึง 8 เดือน
  • หลังผ่าตัด ควรใส่กางเกงยกกระชับอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อช่วยควบคุมซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และช่วยให้แผลผ่าตัดสมานตัวเร็วมากยิ่งขึ้น
  • ทำความสะอาดแผลทุกวัน จนกว่าจะตัดไหม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

รีวิวเสริมสะโพก เสริมก้น

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-199-9999 หรือทาง Line Official ของโรงพยาบาล

line AsiaHospital